ภาพสบาย..สไตล์ขี้เกียจ 2

posted on 24 Feb 2013 16:14 by everythingihave in LazySnap
 
หลังจากเสร็จสิ้นงานรับปริญญา ก็ยังมีภารกิจที่ทำให้ต้องไปมหาวิทยาลัย ครุยที่เช่ามาก็ต้องรีบนำไปคืน ด้วยกลัวว่าจะเลยวันแล้วโดนปรับ
 
ไปเยือนช่วงเวลาสั้นๆ แต่อยากบอกว่า โคตรคิดถึงที่นี่เลย อยากรู้เหมือนกันว่าทุกคนที่จบการศึกษาแล้ว เค้าคิดถึงมหาวิทยาลัยที่เรียนตลอด 4 ปี เหมือนเราหรือเปล่านะ  Cool
 
 
งงมาก เป็นเช้าวันเสาร์ที่ปกติที่นี่จะต้องเงียบเหงา แต่พอไปแล้วสภาพกลับเป็นแบบนี้ โรงอาหารคนเต็ม รถเต็มถนน 
 
 
รูปนี้เป็นภาพหมาตรงข้างตึก 1 หลับลึกหลับยาว เดินไปใกล้ยังไม่รู้สึกตัว
 
ฝากภาพไว้สัก 2 รูปนะครับสำหรับวันนี้  ครั้งหน้าจะเอารูปสไตล์ขี้เกียจของผมมาฝากใหม่
 
iMee Foot in mouth
24/02/56
 

ตั้งแต่ที่ผมเริ่มจำความได้ สิ่งที่ให้ความสุขกับผมและครอบครัวมากที่สุดคือสิ่งนี้แหละครับ Cool

 

 

ทีวีสีรุ่นนี้เก่ามากถึงที่สุด อายุร่วมๆเกือบ 30 ปีได้แล้วมั้ง เพราะตั้งแต่เกิดผมก็เห็นมันแล้ว และเพิ่งเปลี่ยนเครื่องเมื่อตอนผมอายุประมาณเมื่อ 8 ปีก่อน 

ในสมัยนั้น บ้านผมอาจเป็นบ้านที่โบราญที่สุดในแถบนั้น Foot in mouth เพราะอุดมไปด้วยของเก่าๆ สมัยคุณตาคุณยาย เนื่องด้วยทั้ง 2 ท่านเป็นคนชอบเก็บ เก็บทุกสิ่งแม้จะเสียแล้วก็เหอะ นี่ล่าสุดเพื่งทิ้งโอ่งแตกๆใบเก่าอายุเกือบๆ 40 ปีได้ แต่บ้านผมก็ยังอุดมไปด้วยของเก่าอยู่ดี นอกจากทีวีเครื่องนี้ก็จะมีทีวีเก่าอีกเครื่อง อันเบ่อเริ่มที่มีขาตั้ง 4 ขาสูงเกือบเท่าเอวผม เตารีดเก่าสมัยใส่ถ่านไฟ (ถ่านดำที่ใช้ก่อไฟ) จักรยานสมัยหลังสงครามโลก ธนบัตรใบละ 1 บาท และอีกเยอะแยะตาแป๊ะขายไข่

เมื่อสมัยก่อน บ้านผมเวลาจะหุงข้าวก็จะไม่ใช้เตาไฟฟ้านะ คุณตาจะเป็นคนก่อไฟหุงข้าวกับเตาถ่านเลย ตอนนั้นมีเพื่อนมาเล่นบ้าน มันถึงกับตะลึงถามเราว่า “บ้านนายยังหุงข้าวแบบนี้อีกเหรอ บ้านเราเขาใช้หม้อไฟฟ้าเสียบปลั้กแล้ววววว”

...เคยถามคุณตาเหมือนกันนะว่าทำไมไม่ใช้เตาไฟฟ้า แกก็จะตอบว่าใช้ไฟฟ้ามันไม่อร่อย

ผมว่ารสชาติก็ไม่ต่างกันนะ Foot in mouth

 ....

 พูดถึงทีวีเครื่องนี้ เป็นระบบแบบแมนวลคือทุกอย่างต้องเดินไปกด ไม่มีรีโมท จะเปลี่ยนช่องก็ลุกไปกด ปรับเสียงก็ลุกไปปรับ จะว่าลำบากไหมก็ลำบากนะ เมื่อเทียบกับทีวีสมัยนี้ Foot in mouth

ปุ่มเปิดปิดและปรับเสียง

 ตอนนี้เจ้าเครื่องนี้ก็หลับสนิทไปแล้ว แต่ที่บ้านก็ยังไม่ทิ้ง ไม่รู้เหตุผลอันใด Embarassed

 

ตอนที่ผมยังเป็นเด็กนี่ ทุกเช้า ทุกเย็นก็มีเจ้าเครื่องนี้เป็นเพื่อนแหละครับ โดยเฉพาะถ้าเป็นเช้า เสาร์-อาทิตย์นะ

 

...............

ในสมัยเด็ก หลายคนอาจมีความทรงจำแบบเดียวกันกับผมคือ ทุกเช้าวันจันทร์ เราและเพื่อนๆจะพูดในเรื่องเดียวกัน

 

“ช่อง 9 การ์ตูน”

 

ตอนนี้ช่อง 9 การ์ตูนก็คือ “โมเดิลไนน์ การ์ตูน”

 

การ์ตูนฮิตติดลมในยุคผมก็จะมี โปเกมอน ดิจิมอน 

สมัยผมนี่ตื่นแต่เช้ามาเฝ้าหน้าจอเลย ก่อนหน้าจะเป็นช่อง 9 การ์ตูน ก็จะมีการ์ตูนและรายการเด็กฉายอย่างผมยอมรับติดและชอบเรื่องนี้มาก 

 นิจจารันทาโร่

 “นิจจารันทาโร่” CoolCool

 

จะมีนิจจารันทาโร่ อุตร้าแมนบ้าง หลังจากนั้นก็จะเป็น ซุปเปอร์จิ๋ว และช่อง 9 การ์ตูน

แต่ก่อนจะฉายการ์ตูนก็จะมีรายการที่เอาพิธีกรมานำเสนอการ์ตูนแต่ละเรื่องแต่ละตอนที่จะฉายในสัปดาห์นั้นมาเล่าอย่างคร่าวๆก่อน 

หลังดูการ์ตูนจบ เช้าวันจันทร์ ก็จะเล่าเรื่องนี้กับเพื่อน 

เล่าถูกมั่ง มัวมั่ง ฮามั่ง แล้วก็บลัฟกัน ประมาณว่า ตอนต่อไปฉันรู้ว่ามันเป็นแบบนี้แบบนั้น ไอ้นี่ชนะ ไอ้นู่นตาย พรุ่งนี้เปลี่ยนร่าง หรือ เฮ้ย นายเล่าผิด มันต้องเป็นแบบนี้......ว่าไป คุยกันได้ทั้งวัน Embarassed

 

แต่ก็อย่างว่าแหละครับ..สมัยผม จะได้ดูการ์ตูนก็ต้องรอเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์ Tongue out

 

เด็กสมัยนี้ ผมไม่รู้นะว่าเขาจะพูดเรื่องการ์ตูนหรือตื่นเต้น สนุกกับมันเหมือนคนรุ่นผมหรือเปล่า สมัยนี้อยากดูการ์ตูนตอนต่อไปก็นั่งหาเอาในอินเตอร์เน็ตแล้วก็ได้ดูแล้ว ไม่ต้องอดทนรอเหมือนคนรุ่นผม แต่มันก็เป็นเสน่ห์นะและช่วยฝึกจินตนาการในการคาดเดาเรื่องและฝึกความอดทนด้วย Embarassed

 

พูดถึงเด็กสมัยนี้ ก็ต่างจากรุ่นผมในสมัยก่อนนะ

 

อย่างที่บอก เด็กเกิดพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ง่ายและเข้าถึง

 

ผมมักจะมีคำถามเกิดขึ้นว่า พวกเขาจะรู้จักรอมั้ยน้าาา??? รู้จักอดทนหรือเปล่าน้าาา??? โตขึ้นเขาจะเป็นยังไงน้าาา??? Laughing

ยิ่งมีเรื่องที่ฮอตฮิตติดลมในขณะนี้ไม่ว่าจะเรื่อง ทรงผม การบ้านหรือเรื่องเก่า ห้ามตี

เรื่องทรงผม ผมว่าเด็กสมัยนี้โชคดีแล้วที่มีการเลิกเกรียน เลิกเสมอหู แต่ผมก็คิดว่า เด็กยังต้องอยู่ในกฎระเบียบที่ว่า ไม่ใช่ไว้ทรงอะไรก็ได้

เรื่องการบ้าน ผู้ใหญ่บอกว่า การบ้านทำให้เด็กเครียดเกินไป มันเยอะเกินไป ควรจะเลิกหรือลด ผมมองว่าประเด็นนี้ การบ้าน ควรมองในเรื่องประโยชน์ต่อเด็กเอง

ไม่ใช่แค่ว่าทำแล้วจะเก่ง แต่มันคือการรู้จักแบ่งเวลา 

 ผมไม่ได้กังวลเรื่องการบ้านเท่าไรหรอก ผมกังวลเรื่องการติวที่ผู้ปกครองจะให้แก่เด็กคนหนึ่งมากกว่าซึ่งมันหนักหนาและเพิ่มภาระให้แก่เด็กมากกว่าการบ้านเสียอีก


ผมว่า เด็กเป็นวัยที่ต้องการเหตุผล 

เราจะเจอเด็กที่เริ่มต่อต้านในกฎระเบียบมากขึ้น นั่นเพราะผมมองว่า เขายังมองไม่เห็นเหตุผล

ตอนเราเป็นเด็ก ผมมักจะมีคำพูดติดปากว่า “ทำไมหล่ะ???” อยู่เสมอๆ นั่นคือไม่เข้าใจในเหตุผลที่ผู้ใหญ่ให้ทำ และต้องการคำอธิบาย

ทำไมเราต้องตัดผม ทำไมการบ้านถึงเยอะจังเลย ทำไมครูต้องตีผมด้วย......

 

ผมว่า เราจะตามใจเด็กทุกอย่างไม่ได้หรอก 

เด็กอยากไว้ผมยาวเราปล่อยให้เด็กไว้ เด็กการบ้านเยอะเราลดเลิกให้การบ้าน ตีเด็กเมื่อเด็กทำผิดเราก็เลิกตี

 

แล้วคนทั้งหมดจะมาชี้หน้าเด็กว่า เด็กสมัยนี้มันไม่มีความอดทน ไม่มีระเบียบ 

 

แต่จริงๆ ความผิดไม่ได้อยู่ที่เด็ก มันขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ ที่สั่งสอนเขาแบบไหน หยิบยื่นอะไรให้ และมีเหตุผลหรือให้เหตุผลกับสิ่งที่ปฎิบัติต่อเด็กได้ดีหรือเปล่า

 

ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องของเด็ก เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ล้วนๆ

.............................................................................................
 
สิ่งทีมีอยู่
 
 
: โทรทัศน์สี Hitachi (ไม่ทราบรุ่น)
: ปี ก่อน 2532
:ราคา ไม่แน่ชัด
 
By..iMee Cool

ภาพสบาย..สไตล์ขี้เกียจ 1

posted on 30 Jan 2013 12:06 by everythingihave in LazySnap directory Lifestyle, Diary
จะเริ่มต้น entry แรกของ blog นี้ ด้วย  "ภาพสบาย..สไตล์ขี้เกียจ" เพื่อเล่าเรื่องในสไตล์ที่ไม่ค่อยจะขยันทำอะไรของผม
 
ไม่ใช่ภาพสวยหรือมีศิลปะหรอกนะครับ แต่มันคือ "ภาพในสไตล์ขี้เกียจ (แต่อยากจะถ่าย) Foot in mouth "
 
 
รูปนี้คือ "ไอ้จูล่ง" หมาพันธุ์ โกลเด้น รีทริฟเวอร์ อายุ 4 เดือน ในภาพจริงๆแล้วมันกำลังนั่งดูคนข้างนอกจับปลาอยากตั้งอกตั้งใจ เรียกเท่าไรก็ไม่ยอมหัน นี่เป็นภาพเดียวที่มันหันมาแล้วยอมให้ แชะ!!
 
ไอ้นี่เป็นหมาไฮเปอร์ ถ้าเล่นจะเล่นทั้งวัน แต่แปลก ช่วงนี้เวลากลางวัน มันจะนอน เวลากลางคืน มันจะเล่น Sealed 
สิ่งที่ชอบเล่นก็จะเป็น รองเท้า(ของเจ้าของ) รถมอเตอร์ไซด์ รถยนต์ จนไปถึงปลาในอ่าง 
 
ซนขนาดนี้ ถึงแม้จะโดนตีโดนทุบ มันยังคิดว่าเราเล่นกับมัน (Innocent เอากับมันสิ ไม่ไหวจะเคลียร์)
 
เอาหล่ะครับขอจบ Lazy Snap ไว้เพียงเท่านี้ก่อน ขอตัวไปจัดการ "ไอ้จูล่ง" ก่อนแล้วกัน ตอนนี้มันพยายามจะเปิดประตูออกไปข้างนอก (บางทีมันก็เก่งไป Foot in mouth)
 
By..iMee

edit @ 30 Jan 2013 12:36:00 by iMEE